เครื่องบินไฟลต์ แอลเอ็มไอ-2933 ซึ่งมีผู้โดยสารทั้งสิ้น 72 ราย และลูกเรืออีก 9 ราย ออกเดินทางจากประเทศโบลิเวีย ก่อนประสบอุบัติเหตุตกบริเวณพื้นที่นอกเมืองเมเดล คืนวันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเบื้องต้นคาดการณ์ว่า อาจเป็นเพราะสภาพอากาศเลวร้ายที่มีฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก โดยล่าสุดมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตรวม 75 ราย และรอดเพียง 6 รายเท่านั้น
ประวัติโดยสังเขปของสโมสร ชาเปโคเอนเซ่ :
- ในปี 1973 สโมสรชาเปโคเอนเซ่ ก่อตั้งจากการรวมตัวกันระหว่างสโมสร อัตเลติโก ชาเปโคเอนเซ่ กับ อินเดเพนเดนเต้ โดยตั้งอยู่ที่เมืองชาเปโก้ ในรัฐทางตอนใต้ของ ซานตา กาตาริน่า ขณะที่คว้าแชมป์รายการแรกสำเร็จในปี 1977 ปีถัดมาได้ร่วมลงชิงชัยในลีคสูงสุดของบราซิล แต่ตกชั้นในปี 1979 ก่อนเลื่อนกลับคืนสู่ลีคสูงสุดอีกครั้งในปี 2014
- ในปี 2012 สโมสรเปลี่ยนชื่อสโมสรเป็น “แอสโซไซเซา ชาโปโคเอนเซ่ คินเดอร์มันน์/มาสเตอร์เว็ต” หลังจากเซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรกับบริษัทด้านการตลาดการกีฬา ก่อนจะเป็นเปลี่ยนกลับมาใช้ชื่อเดิม “สโมสรชาเปโคเอนเซ่” ในอีก 4 ปีถัดมา
- ในปี 2013 สโมสรชาเปโคเอนเซ่ ภายใต้การคุมทีมของ กิลมาร์ ดัลปอซโซ่ เลื่อนขึ้นชั้นจาก เซเรีย บี หลังจากจบเป็นอันดับ 2 ของตาราง ตามหลังทีมพัลเมรัส โดยแพ้แค่ 6 แมตช์ตลอดซีซั่น (เสียประตูเพียง 31 ประตูเท่านั้นจากการลงเล่น 38 เกม) โดยถือเป็นการเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีคสูงสุดครั้งแรก หลังจากห่างเหินไปนานถึง 35 ปี
- ปี 2016 สโมสรชาเปโคเอนเซ่ สามารถทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศ ศึก โกปา ซูดาเมริกานา ซึ่งถือเป็นการผ่านเข้ารอบชิงดำฟุตบอลถ้วยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร
ชีวิตดังนิยายของสโมสรชาเปโคเอนเซ่ :
จากสโมสรเล็กๆที่อายุเพียง 43 ปี “อัสโซเซียเซา ชาเปโคเอนเซ เด ฟุตบอล” ก่อตั้งขึ้นในเดือน พ.ค. 1973 ที่เมืองชาเปโค รัฐซานตา กาตารินา และมีโอกาสกลับคืนสู่ บราซิเลียโร เซเรีย อา ลีกสูงสุดของประเทศเป็นครั้งแรก ในรอบกว่าสามสิบปี เมื่อฤดูกาล 2014
จากทีมที่ล้มลุกคลุกคลานในครึ่งล่างของตาราง แสงสว่างเริ่มส่องมาถึง เมื่อ ลุยซ์ การ์ลอส ซาโลรี หรือ “กาโย จูเนียร์” โค้ชผู้ประสบความสำเร็จในการสร้างทีมเล็กๆให้เทียบชั้นกับทีมระดับหัวแถวของประเทศ ตอบรับการทาบทามจากผู้บริหารสโมสร เข้ารับตำแหน่งเฮดโค้ชคนใหม่ก่อนเริ่มฤดูกาล 2016 แทน กูโต แฟร์เรยรา
กาโย จูเนียร์ ใช้เวลาเพียงฤดูกาลเดียว ยกระดับ ชาเปโคเอนเซ ที่ต้องหนีตายใน 2 ปีก่อนหน้า มาจบฤดูกาลในอันดับ 9 ของตาราง ส่วนในฟุตบอลถ้วยสโมสรอเมริกาใต้ โกปา ซูดาเมริกานา ทีมโนเนมจาก ซานตา กาตารินา ก็ล้มคู่แข่งระดับยักษ์ใหญ่ของทวีป ทั้ง อินดิเพนเดียนเต (อาร์เจนตินา) จูเนียร์ เด บาร์รานกียา (โคลอมเบีย) และ ซาน ลอเรนโซ (อาร์เจนตินา) ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ เหลือเพียงก้าวเดียวก่อนสร้างตำนานบทใหม่ของสโมสร

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น